ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) กลายเป็นไอเทมจำเป็นสำหรับบ้าน คอนโด ออฟฟิศ ไปจนถึงโกดังและโรงงาน เพราะช่วยลดความอับชื้น ป้องกันเชื้อรา ไรฝุ่น และยืดอายุเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า บทความนี้รวบรวม 5 รุ่นน่าใช้ ครอบคลุมตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับห้องนอน ไปจนถึงรุ่นอุตสาหกรรม พร้อมวิเคราะห์จุดเด่นและตารางเปรียบเทียบ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เครื่องลดความชื้นคืออะไร? เหมาะกับใครบ้าง?
- ลดระดับความชื้นในอากาศให้อยู่ในช่วงสบาย 45–60%
- ช่วยลดกลิ่นอับ เชื้อรา แบคทีเรีย และไรฝุ่น
- เหมาะกับผู้เป็นภูมิแพ้ บ้านที่อับชื้น ห้องปิดทิ้งไว้ หรือพื้นที่เก็บของ
รีวิวและวิเคราะห์จุดเด่นแต่ละรุ่น
1. Hysure™ Q9 เครื่องลดความชื้น + ฟอกอากาศ
ดูรายละเอียดที่ Shopee ดูรายละเอียดที่ Lazadaราคาโดยประมาณ: 2,539 บาท
จุดเด่น
- ลดความชื้นได้ 0.75 ลิตรต่อวัน เหมาะกับห้องขนาดกลาง
- มีแผ่นกรอง HEPA ช่วยกรองฝุ่นและเชื้อโรค
- ควบคุมผ่านแอป เชื่อมต่อ WiFi
เหมาะกับ: คอนโด ห้องนอน หรือบ้านที่ต้องการทั้งลดชื้นและฟอกอากาศ
2. LANYE เครื่องลดความชื้น 70L/D สำหรับโกดังและโรงงาน
ช้อปเลยที่ Shopee ช้อปเลยที่ Lazadaราคาโดยประมาณ: 5,900 บาท
จุดเด่น
- ดูดความชื้นได้สูงถึง 70 ลิตรต่อวัน
- ระบบคอมเพรสเซอร์ กำลังแรง เห็นผลเร็ว
- ต่อท่อระบายน้ำได้ ไม่ต้องเทน้ำบ่อย
เหมาะกับ: โรงงาน โกดัง ห้องใต้ดิน ฟาร์ม หรือพื้นที่ขนาดใหญ่
3. KIJSIAM เครื่องลดความชื้น 1.5L ขนาดกะทัดรัด
ดูรายละเอียดที่ Shopee ดูรายละเอียดที่ Lazadaราคาโดยประมาณ: 1,439 บาท
จุดเด่น
- เครื่องเล็ก น้ำหนักเบา เสียงเงียบ
- ใช้งานง่าย ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม
- ประหยัดพลังงาน
เหมาะกับ: ห้องนอน ออฟฟิศ หรือห้องขนาดเล็ก
4. KASHIWA รุ่น HC-101 ถังน้ำ 2.5L
กดดูสินค้าใน Shopee กดดูสินค้าใน Lazadaราคาโดยประมาณ: 1,380 บาท
จุดเด่น
- ดีไซน์เรียบ ใช้งานง่าย ปุ่มสัมผัส
- ลดความชื้นได้ 520 มล./วัน
- เหมาะกับพื้นที่ประมาณ 30 ตร.ม.
เหมาะกับ: ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือบ้านขนาดเล็ก
5. HOMEMATE รุ่น HOM-1630L2 พร้อม HEPA Filter
ซื้อเลยที่ Shopee ซื้อเลยที่ Lazadaราคาโดยประมาณ: 13,248 บาท
จุดเด่น
- ลดความชื้นได้สูงสุด 30 ลิตรต่อวัน
- มี HEPA H12 กรองฝุ่นละเอียด PM2.5
- ระบบคอมเพรสเซอร์ เสถียร เสียงเบา
เหมาะกับ: บ้านที่มีผู้เป็นภูมิแพ้ บ้านพักตากอากาศ หรือห้องเก็บของสำคัญ
ตารางเปรียบเทียบเครื่องลดความชื้น
| รุ่น | ปริมาณดูดความชื้น | พื้นที่แนะนำ | จุดเด่นหลัก | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|
| Hysure Q9 | 0.75 L/วัน | ≤75 ตร.ม. | HEPA + ควบคุมผ่านแอป | บ้าน คอนโด |
| LANYE 70L | 70 L/วัน | 50–200 ตร.ม. | แรงระดับอุตสาหกรรม | โรงงาน โกดัง |
| KIJSIAM 1.5L | ขนาดเล็ก | ห้องเล็ก | เสียงเงียบ ประหยัดไฟ | ห้องนอน |
| KASHIWA HC-101 | 520 มล./วัน | ≤30 ตร.ม. | ราคาคุ้ม ใช้ง่าย | ห้องทั่วไป |
| HOMEMATE HOM-1630L2 | 30 L/วัน | ≤30 ตร.ม. | HEPA H12 ฟอกอากาศ | ผู้เป็นภูมิแพ้ |
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q: เครื่องลดความชื้นต่างจากเครื่องฟอกอากาศอย่างไร
A: เครื่องลดความชื้นเน้นลดความชื้น ส่วนเครื่องฟอกอากาศเน้นกรองฝุ่น บางรุ่นรวมทั้งสองฟังก์ชัน
Q: ห้องขนาดเล็กควรเลือกกี่ลิตรต่อวัน
A: ห้องนอนหรือออฟฟิศเล็ก เลือก 0.5–1 ลิตรต่อวันก็เพียงพอ
Q: จำเป็นต้องต่อท่อระบายน้ำหรือไม่
A: ไม่จำเป็น แต่ถ้าใช้งานต่อเนื่องหรือรุ่นใหญ่ การต่อท่อจะสะดวกกว่า
สรุป
การเลือกเครื่องลดความชื้นควรดู ขนาดพื้นที่ + ปริมาณดูดความชื้นต่อวัน เป็นหลัก
- หากใช้ในห้องนอนหรือคอนโด รุ่นเล็กอย่าง KIJSIAM หรือ KASHIWA ก็เพียงพอ
- แต่ถ้าเป็นบ้านที่อับชื้นมากหรือโกดัง แนะนำ LANYE 70L
- ส่วนใครที่เป็นภูมิแพ้และต้องการคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น HOMEMATE พร้อม HEPA คือคำตอบที่จบในเครื่องเดียว









































